วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประเทศเกาหลี

เกาหลี

ประวัติศาสตร์เริ่มจาก อาณาจักรโคโชซอน สถาปนาขึ้นโดย "ทันกุน" ต่อมาสมัยสามอาณาจักรแห่งเกาหลี(โคกูรยอ, แพ็กเจ, และชิลลา)ถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นสหอาณาจักรชิลลา ซึ่งมีพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง และต่อมา ค.ศ. 918 ได้สถาปนา[[อาณาจักรโคเรียว] หรือ โค-รยอ ซึ่งเป็นชื่อของเกาหลี (KOREA) และเมื่อราชวงศ์โชซอน(ราชวงศ์ลี)ครองอำนาจเปลี่ยนชื่ออาณาจักรใหม่ ชื่อ อาณาจักรโชซอนเมืองหลวงชื่อว่า ฮันยาง (กรุงโซล) มีลัทธิขงจื้อ เป็นคติธรรมประจำชาติ และได้ประดิษฐ์อักษรเกาหลี ขึ้น
ในปี พ.ศ. 2453 ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นจนกระทั่งสิ้นสุด สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้รับอิสรภาพอย่างถาวร
ประเทศเกาหลีแบ่งเป็น 2 ประเทศ คือ เกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ โดย ประเทศเกาหลีใต้สถาปนาเป็น สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศเกาหลีเหนือ สถาปนา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
โดยละเอียด:
ดินแดนคาบสมุทรเกาหลีเป็นดินแดนที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ยาวนาน เริ่มแต่เป็นดินแดนของผู้คนหลากเผ่าพันธุ์ จนกระทั่งรวมตัวขึ้นเป็นอาณาจักรเล็กๆ ต่อมาถูกจีนยึดครอง เมื่อได้เอกราชจากจีน คาบสมุทรเกาหลีประกอบด้วยสามอาณาจักสำคัญก่อนจะรวมตัวกันเป็นอาณาจักรเดียวปกครองด้วยราชวงศ์ 2 ราชวงศ์ จนถูกญี่ปุ่นยึดครองเป็นอาณานิคมจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามมาด้วยสงครามเกาหลีที่ทำให้ต้องแบ่งเป็น 2 ประเทศในปัจจุบันคือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีความพยายามที่จะรวมประเทศทั้งสองแต่ยังไม่สำเร็จ
ยุคเผ่าพันธุ์ ในยุคแรกดินแดนบนคาบสมุทรเกาหลีประกอบด้วยผู้คนหลายเผ่าพันธุ์ เผ่าแรกที่ปรากฏคือเผ่าโชซอนโบราณ ตั้งถิ่นฐานอยู่ทางภาคเหนือ เรืองอำนาจในช่วงพ.ศ. 143 – 243 ส่วนเผ่าอื่นได้แก่เผ่าพูยอ อยู่บริเวณปากแม่น้ำซุนคารีทางแมนจูเรียเหนือ เผ่าโคกูรยออยู่ระหว่างแม่น้ำพมาก และแม่น้ำอัมนก เผ่าโอกจออยู่บริเวณมณฑลฮัมกยอง เผ่าทงเยอยู่บริเวณมณฑลคังวอน และเผ่าสามฮั่นคือ มาฮั่น ชินฮั่น และพยอนฮั่น ที่อยู่บริเวณแม่น้ำฮั่นและแม่น้ำนักดง ทางภาคใต้ของคาบสมุทรเกาหลี
กษัตริย์ในตำนาน ตำนานที่เป็นที่แพร่หลายในประเทศเกาหลีเล่าถึงกำเนิดของชนชาติตนว่า เจ้าชายฮวานุง โอรสของเทพสูงสุดบนสวรรค์ลงมาสร้างเมืองที่ภูเขาแตแบกซอน ได้แต่งงานกับหญิงที่มีกำเนิดจากหมี มีโอรสชื่อตันกุน ต่อมาเป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรโชซอนโบราณ เมื่อ 1790 ปีก่อนพุทธศักราช
ดินแดนคาบสมุทรเกาหลีตกเป็นเมืองขึ้นจีนเมื่อ พ.ศ. 434 เมื่อจักรพรรดิหวู่ตี้แห่งราชวงศ์ฮั่น ยกทัพเข้ายึดครองดินแดนของอาณาจักรโชซอนโบราณ และแบ่งเกาหลีเป็น 4 มณฑล คือ มณฑลนังนัง ชินบอน อิมดุน และฮยอนโท อย่างไรก็ตาม จีนปกครองมณฑลนังนังอย่างจริงจังเพียงมณฑลเดียว มณฑลอื่นๆจึงค่อยๆแยกตัวเป็นเอกราช จน พ.ศ. 856 ชนเผ่าโกคูรยอเข้ายึดครองมณฑลนังนัง ขับไล่จีนออกไปได้สำเร็จ การตกเป็นเมืองขึ้นของจีนทำให้เกาหลีได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากจีนมาก เช่น ตัวอักษรและศาสนา (พุทธและขงจื้อ)
ยุคสามก๊ก แผนที่อาณาจักรทั้งสามบทความหลัก:ราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลี เมื่อเป็นเอกราชจากจีน ดินแดนเกาหลีในขณะนั้นแบ่งเป็น 3 อาณาจักรด้วยกันคือ
- อาณาจักรโกคูรยอทางภาคเหนือ เผ่าโกคูรยอเริ่มเข้มแข็งมากขึ้นเมื่อราชวงศ์ฮั่นของจีนล่มสลาย และสามารถขยายอำนาจเข้ายึดครองมณฑลนังนังจากจีนได้เมื่อ พ.ศ. 856 - อาณาจักรแพกเจ ชนเผ่าแพกเจซึ่งเป็นเผ่าย่อยของเผ่าพูยอที่อพยพลงใต้ เข้ายึดครองอาณาจักรอื่นรวมทั้งอาณาจักรเดิมของเผ่ามาฮั่น ตังเป็นอาณาจักรเมื่อ พ.ศ. 777 - อาณาจักรชิลลา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พัฒนาขึ้นจากเผ่าซาโร แต่อาณาจักรนี้ไม่เข้มแข็งมากนักในช่วงแรก ดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับอาณาจักรโกคูรยอตลอดจนกระทั่งหลังสงครามระหว่างอาณาจักรโกคูรยอกับแพกเจ อาณาจักรชิลลาจึงเข้มแข็งขึ้นเป็นลำดับ จนสามารถยึดครองลุ่มแม่น้ำฮั่นและลุ่มแม่น้ำนักดงจากอาณาจักรแพกเจได้
ยุคอาณาจักรรวม เมื่ออาณาจักรชิลลาเข้มแข็งขึ้น อาณาจักรแพกเจจึงหันไปผูกมิตรกับอาณาจักรโกคูรยอ ส่วนอาณาจักรชิลลาหันไปผูกมิตรกับราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถังของจีน กองกำลังผสมระหว่างจีนและชิลลายึดครองอาณาจักรแพกเจได้เมื่อ พ.ศ. 1203 และยึดครองอาณาจักรโคกูรยอได้ในพ.ศ. 1211 โดยจีนเข้ามาปกครองอาณาจักโคกูรยอในช่วงแรก ต่อมาอาณาจักรชิลลากับราชวงศ์ถังเกิดขัดแย้งกัน อาณาจักรชิลลาจึงเข้ายึดอาณาจักรโคกูรยอจากจีนและเข้าปกครองคาบสมุทรเกาหลีอย่างเด็ดขาดเมื่อ พ.ศ. 1278
อาณาจักรชิลลาเจริญสูงสุดในยุคกษัตริย์คยองตอก หลังจากนั้นได้เสื่อมลงโดยสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งในหมู่เชื้อพระวงศ์และเกิดการปฏิวัติบ่อยครั้ง กลุ่ม
ชาวนาและกลุ่มอำนาจท้องถิ่นที่รู้สึกว่าถูกกดขี่ได้รวมกำลังกันต่อต้านอำนาจรัฐ วังกอน ผู้นำกลุ่มต่อต้านคนหนึ่ง เข้ายึดอำนาจและสถาปนาราชวงศ์โคเรียขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1478
ยุคอาณาจักรโครยอ วังฮูมาสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แทโจแห่งราชวงศ์โคเรียเมื่อ พ.ศ. 1486 อาณาจักรนี้เจริญสูงสุดในสมัยกษัตริย์มุนจง ยุคนี้เป็นยุคที่ส่งเสริมพระพุทธศาสนา มีการทำสงครามกับพวกญี่ปุ่นและมองโกล ถูกจีนควบคุมในสมัยราชวงศ์หงวน จนเมื่ออำนาจของราชวงศ์หงวนอ่อนแอลง อาณาจักรโคเรียต้องพบกับปัญหาโจรสลัดญี่ปุ่นและการรุกรานของราชวงศ์หมิง ในที่สุดทำให้ฝ่ายทหารมีอำนาจมากขึ้นจนนำไปสู่การยึดอำนาจของนายพล ลี ซองเก และสถาปนาราชวงศ์ใหม่ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1935
ยุคราชวงศ์โชซอน นายพล ลี ซองกเยสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แทโจแห่งาชวงศ์โชซอน ในสมัยนี้ส่งเสริมลัทธิขงจื๊อให้เป็นลัทธิประจำชาติและไม่ส่งเสริมพุทธศาสนา ในราชวงศ์นี้เองที่ประดิษฐ์อักษรฮันกึลขึ้นใช้แทนอักษรจีน ความขัดแย้งกับชาติตะวันตกโดยเฉพาะเรื่องคริสต์ศาสนาและความแตกแยกในหมู่ขุนนางทำให้ราชวงศ์นี้เสื่อมลง จนถูกญี่ปุ่นยึดครองและล้มล้างระบอบกษัตริย์ไปในที่สุด
ยุคอาณานิคมของญี่ปุ่นและสงครามโลก เมื่อ พ.ศ. 2453 ญี่ปุ่นได้ผนวกเกาหลีเป็นดินแดนของตนตามสนธิสัญญาการรวมญี่ปุ่น-เกาหลี ซึ่งสนธิสัญญานี้เป็นที่ยอมรับของญี่ปุ่นฝ่ายเดียว แต่ไม่เป็นที่ยอมรับในเกาหลี เพราะถือว่าไม่มีการลงนามของกษัตริย์เกาหลี เกาหลีถูกญี่ปุ่นปกครองจนกระทั่งญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงครามเมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2488
ในระหว่างการปกครองของญี่ปุ่น มีการสร้างระบบคมนาคมแบบตะวันตก แต่ส่วนใหญ่เพื่อประโยชน์ทางการค้าของญี่ปุ่นมากกว่าประโยชน์ของชาวเกาหลี ญี่ปุ่นล้มล้างราชวงศ์โชซอน ทำลายพระราชวัง ปรับปรุงระบบภาษี ให้ส่งข้าวจากเกาหลีไปญี่ปุ่น ทำให้เกิดความอดอยากในเกาหลี มีการใช้แรงงานทาสในการสร้างถนนและทำเหมืองแร่
หลังการสวรรคตของกษัตริย์โกจง (Gojong) เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2461 ด้วยยาพิษ ทำให้เกิดการเรียกร้องเอกราชทั่วประเทศ เมื่อ 1 มีนาคม พ.ศ. 2461 ผลจากการลุกฮือขึ้นเรียกร้องเอกราชทำให้ชาวเกาหลีราว 7,000 คนถูกฆ่าโดยทหารและตำรวจญี่ปุ่น ชาวคริสต์เกาหลีจำนวนมากถูกฆ่าหรือเผาในโบสถ์ระหว่างการเรียกร้องเอกราชมีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลของเกาหลีที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หลังจากการเคลื่อนไหว 1 มีนาคม เพื่อต่อต้านการยึดครองของญี่ปุ่น
การลุกฮือขึ้นต่อต้านญี่ปุ่นยังงมีอยู่ต่อไป เช่น การลุกฮือของนักศึกษาทั่วประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2472 จนนำไปสู่การประกาศกฏอัยการศึกเมื่อ พ.ศ. 2474 หลังจากเกิดสงครามจีน-ญี่ปุ่นเมื่อ พ.ศ. 2480 ญี่ปุ่นพยายามลบล้างความเป็นชาติของเกาหลี การสอนประวัติศาสตร์และภาษาเกาหลีในโรงเรียนถูกห้าม การแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นเกาหลีถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ชาวเกาหลีถูกบังคับให้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น สิ่งของมีค่าถุกนำออกจากเกาหลีไปยังญี่ปุ่น. หนังสือพิมพ์ถูกห้ามตีพิมพ์ด้วยภาษาเกาหลี หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จำนวนมากถูกเผาทำลาย
ชาวเกาหลีจำนวนมากอพยพออกจากเกาหลีไปสู่แมนจูเรียและรัสเซีย ชาวเกาหลีในแมนจูเรียจัดตั้งขบวนการกู้เอกราชชื่อ “ดุงนิปกุน” (Dungnipgun) ขบวนการนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ทำสงครามกองโจรกับกองทัพญี่ปุ่น กองทัพเหล่านี้ได้รวมตัวกันเป็นกองทัพปลดปล่อยเกาหลี เมื่อราว พ.ศ. 2483 เคลื่อนไหวในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชาวเกาหลีกว่าหมื่นคนเข้าร่วมในกองทัพปลดปล่อยประชาชนและกองทัพปฏิวัติแห่งชาติ
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวเกาหลีถูกบังคับให้ร่วมมือกับญี่ปุ่น ชายชาวเกาหลีถูกเกณฑ์เข้าร่วมในกองทัพญี่ปุ่น ผู้หญิงจากจีนและเกาหลีราว 200,000 คน ถูกส่งตัวไปเป็นนางบำเรอของทหารญี่ปุ่น
การแบ่งแยกประเทศ ทหารปีนข้ามกำแพงทะเลในอินชอนหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง แนวโน้มของการแบ่งประเทศเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อ 8 กันยายน พ.ศ. 2488 เมื่อสหรัฐเข้าควบคุมภาคใต้ของคาบสมุทรเกาหลี และโซเวียตเข้าควบคุมภาคเหนือ โดยใช้เส้นขนานที่ 38 องศาเป็นเส้นแบ่ง รัฐบาลชั่วคราวถูกยกเลิกเพราะสหรัฐเห็นว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์ ในครั้งแรกการแบ่งแยกนี้เป็นการชั่วคราว และจะให้เอกราชแก่เกาหลีเมื่อสี่ชาติมหาอำนาจคือ สหรัฐ สหภาพโซเวียต อังกฤษ และจีน จัดการปกครองในเกาหลีสำเร็จ
ในการประชุมไคโรเมื่อ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 กำหนดให้เกาหลีเป็นชาติอิสระ และการประชุมล่าสุดที่ยัลตาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2488 ตกลงให้เกาหลีเป็นรัฐในอารักขาของชาติมหาอำนาจสี่ชาติ ต่อมา 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 โซเวียตยกทัพจากไซบีเรียเข้าสู่เกาหลีโดยไม่มีการต่อต้าน ญี่ปุ่นยอมแพ้เมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2488 มีการประชุมที่มอสโกเพื่อตกลงเกี่ยวกับอนาคตของเกาหลี โดยกำหนดให้เป็นรัฐในอารักขา 5 ปี และรวมส่วนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐและโซเวียตเข้าด้วยกัน มีการประชุมกันอีกครั้งที่กรุงโซลแต่เองการตั้งประเทศใหม่ยังไม่ลุล่วง เดือนกันยายน พ.ศ. 2490 สหรัฐส่งปัญหาเกาหลีเข้าสู่สหประชาชาติเพื่อให้เกาหลีเป็นรัฐเดียวที่มีเอกภาพ แต่ผลจากสงครามเย็นทำให้สหรัฐวางแผนคุ้มกันเกาหลีเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์ ส่งผลให้เกิดการแยกประเทศเมื่อ พ.ศ. 2491 เกิดเป็นสองประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจและการปกครองต่างกัน สหประชาชาติยอมรับสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เป็นตัวแทนเกาหลีในสหประชาชาติเพียงรัฐเดียวเมื่อ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2491 สงครามเกาหลีระเบิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2493 เมื่อเกาหลีเหนือยกทัพข้ามเส้นขนานที่ 38 องศาบุกเข้าโจมตีเกาหลีใต้ เป็นการยุติความพยายามในขณะนั้นที่จะรวมประเทศทั้งสองอย่างสันติ สงครามดำเนินไปจนมีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496
ความพยายามรวมประเทศหลังสงคราม เกาหลีใต้มีความพยายามที่จะรวมประเทศอย่างสันติตั้งแต่ พ.ศ. 2513 โดยเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเจรจาระหว่างสภากาชาดฝ่ายใต้และเหนือ เพื่อให้ครอบครัวที่พลัดพรากระหว่างสงครามได้พบหน้ากัน มีการออกแถลงการณ์ระหว่างสองประเทศเมื่อ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 เพื่อยติการกล่าวร้ายระหว่างกัน แต่การเจรจาเพื่อรวมประเทศไม่ราบรื่น ที่ประสบผลมีเพียงการอนุญาตให้ชาวเกาหลีทั้งสองประเทศข้ามเขตปลอดทหารไปมาหาสู่กันได้ในช่วง 20-23 กันยายน พ.ศ. 2528 และการเจรจาเกี่ยวกับกีฬาโอลิมปิก พ.ศ. 2531 ที่กรุงโซล เท่านั้น การเจรจาเรื่องอื่นๆหยุดชะงักลงหลังพ.ศ. 2529 เนื่องจากเกาหลีเหนือไม่พอใจเกี่ยวกับการซ้อมรบระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการขัดแย้งกับการรวมชาติ เกาหลีใต้พยายามประนีประนอมกับเกาหลีเหนือเพื่อการเจรจาจนมีการประชุมระดับผู้นำครั้งแรกเมื่อ 4 กันยายน พ.ศ. 2533 จากนั้นมีการประชุมต่อมาอีกหลายครั้ง อย่างไรก็ตามการรวมชาติเกาหลียังเป็นสิ่งที่ต้องรอคอยต่อไปจนกระทั่งปัจจุบัน

แผนที่ประเทศเกาหลี

ภูมิศาสตร์ คาบสมุทรเกาหลีทอดตัวไปทางทิศใต้ทางด้านตะวันออกของทวีปเอเชีย มีความยาว 1,020 กิโลเมตร (612 ไมล์) และกว้าง 175 กิโลเมตร (105 ไมล์) ณ จุดที่แคบที่สุดของคาบสมุทร พื้นที่ 70% ของประเทศเป็นเทือกเขา จึงจัดเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแผ่นดินที่เป็นหินแกรนิตและหินปูนทำให้เกิดภูมิประเทศที่สวยงามอย่างมหัศจรรย์ ประกอบด้วยเทือกเขาและหุบเขา เทือกเขา ตลอดชายฝั่งด้านตะวันออกสูงชันและทอดตัวลงสู่ทะเลตะวันออก ในขณะที่ชายฝั่งทางด้านใต้ และตะวันตก เทือกเขาค่อย ๆ ลาดลงต่ำสู่ที่ราบชายฝั่ง ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีโดยเฉพาะในด้านการผลิตข้าว คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ที่บริเวณเหนือเส้นขนานที่ 38 คือ ประเทศระบอบประชาธิปไตย สาธารณรัฐเกาหลีอยู่ทางใต้ และประเทศระบอบคอมมิวนิสต์ เกาหลีเหนือ โดยถูกคั่นกลางโดยเขตปลอดทหาร ประเทศเกาหลีใต้มีพื้นที่ 99,500 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 47.9 ล้านคน (ค.ศ. 2003) ประกอบด้วย 9 จังหวัด (โด) กรุงโซลเป็นเมืองหลวงของประเทศ และประกอบด้วยเมืองใหญ่ ๆ 6 เมือง คือพูนซา น แทกู อินชน ควางจู แทจอน และ อุลซาน รวมมีเมืองทั้งหมด 77 เมือง (ซี) 88 มณฑล (กุน) ใน 9 จังหวัด
การเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ
การเมือง หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2491 คาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยเส้นละติจูดที่ 38 องศาเหนือ (มักเรียกว่าเส้นขนาน 38) โดยสหภาพโซเวียตดูแลเกาหลีเหนือมีการปกครองระบอบสังคมนิยม ส่วนสหรัฐอเมริกาดูแลเกาหลีใต้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ศาสนา ชาวเกาหลีเหนือนับถือศาสนาพุทธ 23.33% ศาสนาคริสต์ 0.05% และ ไม่นับถือศาสนา
เศรษฐกิจ เปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจจากเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรม


เพลง มีฉันเป็นอะไร / ขนมจีน

อาชีพดารา

ดารา

เมื่อสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาชีพ ดารา นักร้อง เป็นอาชีพที่ไม่เป็นที่ปรารถนาของคนในสังคม เพราะคนที่ประกอบอาชีพนี้จะถูกมองว่าเป็นพวกเต้นกินรำกิน ไร้สมอง และไม่มีความมั่นคงในชีวิต แต่เมื่อวันเวลาแปรเปลี่ยนไป กำแพงความเชื่อเดิมๆ ถูกทำลายลง พร้อมๆ กับการก่อตัวอย่างช้าๆ ของค่านิยมใหม่ หากจะถามวัยรุ่นหนุ่มสาวสมัยนี้ว่า "อาชีพในฝัน" ของพวกเขาคืออะไร เชื่อว่ามากกว่าครึ่งต้องตอบว่า "อยากเป็นนักร้อง-ดารา"เมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น หลายคนคงเจอคำถามว่าอยากเป็นอะไร หากย้อนไปเมื่อสี่สิบกว่าปีที่แล้ว แน่นอนว่า "หมอและครู" ย่อมเป็นคำตอบอันดับต้นๆ คงไม่มีพ่อแม่คนไหนยินดีเป็นแน่ถ้าลูกของตนตอบว่าอยากเป็น "ดารา" เพราะมันดูต้อยต่ำ ใช้เพียงเรือนร่าง และความสามารถอันน้อยนิดแลกกับเงินแต่มาวันนี้ ความรู้สึกของคนในสังคมที่มีต่ออาชีพดารา-นักร้อง ได้แปรเปลี่ยนไป การดูถูกเหยียดหยามที่มีต่ออาชีพนี้แทบจะไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว และดูเหมือนว่าจะตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ทรัพย์สินเงินทองชื่อเสียงที่ได้มา น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วัยรุ่นยุคใหม่เปลี่ยนความคิด มองเห็นคุณค่า และเส้นทางอันสวยหรูที่จะได้มา เมื่อพวกเขาก้าวเข้าสู่บันไดดารา กว่าครึ่งของดารา หรือนักร้องหน้าใหม่ ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากเวทีประกวด เช่น Dutchie boy & girl, Miss teen Thailand, Academy Fantasia และ The Star ล้วนเป็นเวทีที่สร้าง "ดาว" ดวงใหม่ๆ มาประดับวงการบันเทิง เมื่อรางวัลที่ได้รับจากเวทีประกวดเหล่านี้ เป็นบันไดขั้นแรกที่นำไปสู่ชื่อเสียง เงินทอง จึงไม่แปลกที่วัยรุ่นที่หวังตะกายดาวจำนวนมาก หลั่งไหลกันมาประกวดประชันตามเวทีเหล่านี้ และด้วยค่าตอบ แทนที่สูงลิ่ว เมื่อเทียบกับความยากลำบากจากการทำงาน ย่อมดึงดูดให้หนุ่ม-สาวที่รักความสะดวกสบาย ใฝ่ฝันอยากจะเป็นดารา นักร้อง ไม่รวมถึงเกียรติยศชื่อเสียง ซึ่งเป็นเสมือนผลพลอยได้ หากประสบผลสำเร็จ เป็นดารา นักร้องที่ประชาชนชื่นชอบ เหล่านี้เองล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเพียรพยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าสู่วงการบันเทิง จนอาจเรียกได้ว่า เป็น กระแสสังคม เลยก็เป็นได้ การมีชื่อเสียง และการเป็นที่ยอมรับของสังคม เป็นความต้องการทางด้านจิตใจอันดับต้นๆ ของมนุษย์ อาชีพดารา นักร้อง จึงเป็นสิ่งที่เติมเต็มความต้องการเหล่านั้นได้ ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันประตูสู่วงการบันเทิงเปิดกว้างมาก เวทีประกวดที่มุ่งสู่เส้นทางการเป็นดาวมีมากมายจนทำให้ ใครก็ตามที่สนใจ สามารถหาช่องทางที่จะเข้าไปลองทำได้ง่ายกว่าในอดีตมาก จึงมีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ล้มเหลว กับเส้นทางสายบันเทิงเส้นนี้แม้หลายคนจะประสบความสำเร็จกับถนนบันเทิงตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางสายนี้จะราบรื่นเสมอไป วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ถูกหลอก เพราะความอยากเป็นดารา เสียทรัพย์สินเงินทองเสียชื่อเสียง ที่ร้ายที่สุดก็คือ วัยรุ่นสาวๆ ถูกหลอกทำร้ายร่างกาย บางรายถูกความสบายของอาชีพกัดกร่อนความอดทนของตัวเอง ทำให้กลายเป็นคนยึดติดกับความหรูหรา ถูกความฟุ้งเฟ้อของสังคมมายาครอบงำ จนยอมทำทุกอย่าง อย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นดาราอยู่ในวงการบันเทิงอาชีพดารา นักร้อง เป็นอาชีพที่สบาย ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งชื่อเสียงมาโดยง่าย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเลือกทำอาชีพเหล่านี้จริงๆ รึเปล่า หรือทำเพียงเพราะความอยากได้อยากมี ไม่ได้ศรัทธาในวิชาชีพนี้จริงๆ แต่ถ้าหากอาชีพดารา นักร้องเป็นคำตอบที่นำมาซึ่งความสุขในการทำงานของคุณ ก็ขอให้ค่อยๆ เดินไปสู่เส้นทางสายนี้อย่างช้าๆ แต่มั่นคง เพื่อความสำเร็จที่จะรออยู่บนปลายทางข้างหน้า

สถานที่ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวมีหลายที่ยกตัวอย่างเช่น


จังหวัดลำปาง :: ข้อมูลทั่วไป

ลำปาง หรือเขลางค์นครในอดีต เป็นเมืองที่มีรถม้าเป็นสัญลักษณ์ มีวัดวาอาราม ที่เป็นศิลปะแบบพม่า และลานนาไทย มีโรงเรียนฝึกลูกช้าง ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ลำปางมีเนื้อที่ ๑๒,๕๓๓.๙๖๑ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๑๓ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเถิน อำเภอแม่พริก อำเภอเกาะคา อำเภองาว อำเภอแจ้ห่ม อำเภอวังเหนือ อำเภอแม่ทะ อำเภอสบปราบ อำเภอเสริมงาม อำเภอห้างฉัตร อำเภอแม่เมาะ และอำเภอเมืองปาน

จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ระยะทาง ๕๙๙ กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๑ หรือ ทางหลวงสายเอเซีย ๓๒ จากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดอยุธยา ลพบุรี นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ถึงลำปางใช้เวลาเดินทางประมาณ ๗ ชั่วโมง

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อเชียงรายและพะเยาทิศใต้ ติดต่อสุโขทัย และตากทิศตะวันออก ติดต่อแพร่ทิศตะวันตก ติดต่อเชียงใหม่ และลำพูน

ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่างๆ

อำเภอเมือง-อำเภอแม่เมาะ
45 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอเถิน
96 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอแม่พริก
125 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภองาว
83 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอเกาะคา
13 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอวังเหนือ
110 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอแม่ทะ
26 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอแจ้ห่ม
54 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอสบปราบ
59 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอเสริมงาม
40 กิโลเมตร
อำเภอเมือง-อำเภอห้างฉัตร
16 กิโลเมตร

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ (054)
สำนักงานจังหวัดลำปาง
218-800
ททท. สำนักงานภาคเหนือ เขต 1
248-604, 248-607, 241-466
ตำรวจท่องเที่ยว
1155
ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.5 ตาก
055-511-340
สถานีตำรวจภูธร อ.เมือง
217-017
ตู้ยามแม่สอด
532-222
ตู้ยามคลองขลุง
781-445
รพ.ลำปาง
222-443 , 223-623
รพ.แม่ทะ
289-184
รพ.ห้างฉัตร
269-231
รพ.สบปราบ
296-085
รพ.เกาะคา
281-393
รพ.แจ้ห่ม
271-010
รพ.เสริมงาม
286-029
รพ.เถิน
291-585
รพ.วังเหนือ
279-100
รพ.แม่เมาะ
226-535
ไปรษณีย์จังหวัด
224-069
สถานีขนส่งจังหวัด
217-852
เทศบาลเมือง
218-363-4

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ทิปคอมพิวเตอร์

ทิปคอมพิวเตอร์มีหลายวิธีเช่น

1.แปลงระบบ FAT32 ให้เป็น NTFSไปที่ start >run พิมพ์ Convert X: /FS:NTFSX คือ ไดร์ฟที่จะเปลี่ยนระหว่าง ไดร์ฟ: กับ / ต้องมีเว้นวรรคแล้วกด ok แล้วจะมีการยืนยันกด yes ไปเรื่อยๆแล้วกด enter เพื่อ restart แล้วก็รอจะเข้า windows ใหม่ ก็เรียบร้อย
2.วิธี backup registrystart>program>accessories>system tool เลือก backupจะปรากฏหน้าต่าง backup or restoreคลิกที่ลิงค์ advance modeคลิกแถบ backupแล้วคลิกเลือกส่วน System Stateดูด้านล่างตรง backup media or file name กำหนดว่าจะ backup ที่ไหนคลิก start backup แระstart backup จนเสร็จ
3.วิธี restore registrystart>program>accessories>system tool เลือก backupจาปรากฏหน้าต่าง backup or restoreคลิกที่ลิงค์ advance modeคลิกแถบ restore and manage mediaคลิกเลือก system state ที่ backup ไว้คลิก start restore
4.หยุดการ auto run ของแผ่น cdก่อน shift ค้างแล้วใส่แผ่น cd
5.ลบโปรแกรมที่มาพร้อมกับ win xp ออกโปรแกรมที่มากับ winxp จะไม่มีใน add removeไปที่ start >setting>control panal>folder optionเลือกแถบ view เลือก show hidden files....เพื่อให้ windows โชว์ไฟล์ทั้งหมดแล้วไปที่ start>run พิมพ์ infหาไฟล์ sysoc.inf แล้วดับเบิ้ลคลิก จะเปิดมาใน notepadมองหาโปรแกรมที่จะลบ แล้วลบคำว่า hide ออกแล้ว save แล้วไปที่ add remove แล้วลบโปรแกรมที่จะเอาออก
6.วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computerบางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้าดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regeditจากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\\\\Software\\\\Microsoft\\\\Windows\\\\Curr entVersion\\\\Explorer\\\\MyComputer\\\\NameSpace\\\\DelegateF oldersจากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee}ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะShared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer
7.เมื่อ keyboard เสียเราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboardไปที่ start>run พิมพ์ OSK
8.เข้า winXp ไม่ต้องรอนานโดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานักไปที่ start>run พิม cmdมันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5แล้วกด enterแล้วลองเข้า winxp ใหม่
9.โปรแกรม ค้าง ระหว่างการใช้งานกด alt+ctrl+delete จะปรากฏหน้าต่าง window task manager เลือก applicationดูว่าโปรแกรมไหนที่ not responting ก็ไปที่โปรแกรม แล้วกด end task
10.การทำให้ Notepad ไม่มี Scrollbarบางคนอาจจะงง จะทำให้มันไม่มีไปทำไมคำตอบคือ บางครั้งเวลาเปิดอ่านข้อความในโน๊ตแพด บางทีมันจะยาวไปทางขวามากๆ ทำให้เวลาอ่านต้องเลื่อนตามไป อ่านลำบากดีแท้ อันนี้ก็เป็นวิธีทำให้อ่านง่ายขึ้นอีกนิดวิธีก็ เข้าไปที่โปรแกรม NotePad แล้วไปที่ เมนู Format > Word Wrapเท่านี้มันก็จะเรียงให้ใหม่